- Quickly update your status - Instantly access your profile & photo comments - Connect with your friends
Upgrade to Flash Player 10 and make a "hi5 Star" today.
Your friend doesn't have a hi5 star!
๒๑ มีนาคม ๒๕๔๙ - ไทร
21 มีนาคม พ.ศ.2549
วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2549 เวลาประมาณ 01.00 นาที
มีชายอยู่หนึ่งคน เขาเป็นคนบ้าและเสียสติ
พกเอาฆ้อนอันใหญ่ ไปทุบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กลางเมือง
ตื๊บคนบ้าทำไม เขาทำอะไรให้หรือ หรือว่าคุณไม่ค่อยจะคุ้น ที่ไม่มีสิ่งใดให้ยึดถือ ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์นั้นมีจริง ท่านก็คงไม่แฮปปี้สักเท่าไหร่ ที่ศิษย์เลิฟ ดี๊ด๊า... ในนามของความดี๊ดี ถ้าจะยกเอาเรื่องความรัก ความเคารพและความศรัทธา มาเป็นเหตุผลบังหน้า ก็อยากจะขออนุโมทนาด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ฮา ฮา อนุโมทนา สาธุ อนุโมทนา สาธุ
ตื๊บคนบ้าทำไม เขาทำอะไรให้หรือ หรือว่าคุณไม่ค่อยจะคุ้น ที่ไม่มีสิ่งใดให้ยึดถือ ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์นั้นมีจริง ท่านก็คงไม่แฮปปี้สักเท่าไหร่ ที่ศิษย์เลิฟ ดี๊ด๊า... ในนามของความดี๊ดี
เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่เด็กน้อยตัวเล็กๆ โดนฆ่า โดยบุคคลที่เขาตัดสินว่า เป็นบุคคลวิกลจริต ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่สุดท้ายชายคนนั้นพ้นผิด หรือว่าชีวิตมีค่าน้อยกว่าสิ่งของ ที่สูญเสียไป
เพลง ๒๑ มีนาคม ๒๕๔๙ ของ ไทร เป็นเพลงช้าที่่น่าสนใจมาก
ทำนองเพลงช้า ซึ้ง... ฟังแล้วโดนใจนะเนี่ย
มันเป็นเรื่องราวที่น่าอดสูใจมาก เพราะตอนนั้นข่าวออกมา แล้วคนเป็นพ่อของคนตาย
ออกมาแถลงข่าว ขอโทษ สังคม
โอ้แม่เจ้า... พ่อขอโทษสังคม แทนที่จะตีโพยตีพาย
หัวอกคนเป็นพ่อ ที่ลูกเป็นบ้า และถูกรุมตื๊บจนตาย ผมจำได้ว่า น้ำเสียงของแกเศร้า และหดหู่สิ้นหวัง
เพลงนี้ตั้งคำถามกับความเชื่อ ของสังคมไทยเรา ว่า ความเชื่อ ความศรัทธาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รูปเคารพบูชาต่างๆ
กับความถูกต้อง การตีค่าชีวิต กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ??
หรือว่าสังคมเราไม่ค่อยจะคุ้น ที่ไม่มีสิ่งใดให้ยึดถือ ?? จริงๆ
การยึดถืออะไรมากเกินไป หลายครั้งส่งผลกับโลก กับสังคมอย่างมาก
ลองย้อนมองรอบตัวกันมั้ย เรายึดถืออะไรมากเกินไปหรือเปล่า
เทคโนโลยี,ศาสนา,ชาติ,สถาบันฯ,เงิน .... ฯลฯ อะไรมากเกินไปหรือเปล่า ?
สิ่งที่เรายึดเหนี่ยว มันน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราอยู่ร่วมกัน ด้วยความรักมิใช่หรือ
เรายึดมั่นในชาติ แล้วทำให้เรากดขี่ เข่นฆ่าชนชาติอื่น แบบนี้ถูกหรือเปล่า?
ถ้ายังงงอยู่ เรามีเรื่องสั้นจาก forword mail มาให้อ่านเพิ่มเติม...
บทลงโทษด้วย"ความรัก"
วันหนึ่งเมื่อยังเด็ก แอนดี้น้องชายของฉันนั่งอยู่ที่มุมห้องนั่งเล่น
ในมือข้างหนึ่งมีปากกาหนึ่งด้าม ขณะที่ในมืออีกข้างหนึ่งก็ถือหนังสือสะสมราคาแพงของพ่อ
แอนดี้คงจะปีนขึ้นไปหยิบจากบนชั้นหนังสือ เมื่อพ่อเดินเข้ามาในห้อง แอนดี้ก็ก้มหน้างุดและทำท่ากระสับกระส่าย
เขารู้ตัวดีเชียวละว่ากำลังทำผิด แม้จากระยะไกล ฉันก็เห็นรอยขีดเขียนเปรอะไปทั่วบนหน้าหนังสือของพ่อ และตอนนี้แอนดี้ก็กำลังจ้องมองพ่อตาโตด้วยความหวาดหวั่น รอคอยที่จะถูกทำโทษ พ่อหยิบหนังสือขึ้นมามอง แล้วก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้โดยไม่พูดอะไรสักคำ หนังสือทุกเล่มมีความหมายต่อพ่อมาก หนังสือคือความรู้ และหนังสือเล่มนี้ก็เป็นหนังสือสะสมราคาแพง
แต่ในขณะเดียวกันท่านก็เป็นพ่อที่รักลูกมาก สิ่งที่พ่อทำในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านั้นยอดเยี่ยมมาก แทนที่ท่านจะลงโทษหรือดุแอนดี้
หรือแม้แต่ตำหนิความซุกซน พ่อกลับนั่งลง หยิบปากกาในมือแอนดี้ขึ้นมาถือไว้
แล้วก็เขียนอะไรบางอย่างลงในหน้าหนังสือสะสมราคาแพงนั่นเสียเอง
พ่อเขียนที่ข้างๆ ลายเส้นที่แอนดี้ขีดว่า ภาษาของแอนดี้ เมื่ออายุสองขวบ ต่อไปนี้ ไม่ว่าครั้งไหนที่พ่อหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเปิด พ่อก็จะเห็นใบหน้าน้อยๆ ที่น่ารักและดวงตาที่สดใสของลูก และจะขอบคุณพระเจ้าที่ประทานเด็กน้อยคนนี้ มาให้ขีดเขียนบนหนังสือแสนหวงของพ่อ ลูกทำให้หนังสือเล่มนี้ของพ่อมีความหมาย เหมือนกับที่พี่ๆของลูกนำความหมายมาสู่ชีวิตของพ่อ เหมือนกัน ว้าว... ฉันคิด นี่หรือคือการลงโทษของพ่อ?
นานๆครั้งฉันก็จะหยิบหนังสือที่สะสมไว้มาให้ลูกหลานของฉันขีดเขียนเล่น
ทุกครั้งที่มองดูลายมือหยุกหยิกเหล่านั้น
ฉันก็จะนึกถึงสิ่งที่พ่อทำในวันนั้น
พ่อได้สอนให้ฉันรู้ว่า… อะไรกันแน่ที่มีค่าต่อชีวิตของเราอย่างแท้จริง
ซึ่งนั่นก็คือ คนที่เรารัก ไม่ใช่วัตถุสิ่งของ
การยึดถืออะไรบางอย่าง มันควรทำให้เรา (ซึ่งต่างก็อ่อนแอ) มีความเมตตาต่อกัน
เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย กับเรา
หากการยึดถือบางสิ่ง ทำให้เรา โกรธ เกลียด ...
เลือกที่รัก มักที่ชังแลวล่ะก็
"เปลี่ยน" กันเถอะ
Paste or type URL of a photo here:
© 2003-2009 hi5 Networks | English
You need an additional: hi5 Coins
คิดถึงมากมายเลย
เป็นยังไงบ้าง
ใกล้จจะมีน้องตัวเล็กเเล้วหรือยังค่ะ